เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Porntip srikaew [nuy] ID 5411204398 Junior Field of Early Childhood Education Faculty of Education Chandrakasem Rajabhat University.

สรุปงานวิจัย

การคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม
การเล่านิทานอีสปประกอบคำถาม

ของ ปริญญานิพนธ์ของชนาธิป บุบผามาศ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อเปรียบเทียบการคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานอีสปประกอบคำถาม ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางสำหรับครู ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย ในการพิจารณาเลือกกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาการคิดเชิงเหตุผล สำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งลำดับขั้นตอนของการวิจัยและผลงานของการวิจัย โดยสรุปดังนี้
กรอบแนวคิดในการวิจัย
การคิดเชิงเหตุผล เป็นการคิดที่ต้องอาศัยลักการหรือข้อเท็จจริงที่ถูกต้องมาสนับสนุนอย่างเพียงพอเป็นการคิดที่มีโอกาสผิดพลาดน้อยและถือว่าเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่พัฒนาให้มีคุณภาพสูงขึ้นได้ผู้ที่มีทักษะในการคิดเชิงเหตุผลสูงย่อมมีความคิดที่มีคุณภาพสูง ซึ่งความคิดที่มีคุณภาพสูงนั้นจะช่วยแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งอันเป็นประโยชน์ให้แก่มนุษย์ได้นานัปการ
แบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผล 3 ชุด ดังนี้
1.  แบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผลด้านการเปรียบเทียบ จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นที่ .85
2.  แบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผลด้านการจัดประเภท จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นที่ .74
3.  แบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผลด้านการสรุปความ จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นที่ .82 รวมทั้งสิน จำนวน 45 ข้อ ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นและผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญนำแบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผลที่ได้ทำการวิเคราะห์คุณภาพเพื่อคัดเลือกข้อสอบที่มีคุณภาพโดยมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับที่ .86
แบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผล
สรุปผลการวิจัย
หลังจากที่ได้รับการจัดกิจกรรม การเล่านิทานอีสปประกอบคำถาม เด็กปฐมวัยมีการคิดเชิงเหตุผลโดยรวมสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนในรายด้านเด็กปฐมวัยมีการคิดเชิงเหตุผลด้านการเปรียบเทียบและด้านการสรุปความสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และด้านการจัดประเภทสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01

สัปดาห์ที่ 16

วันที่ 15 กันยายน 2556


การเรียน
อาจารย์ให้นักศึกษาสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย สรุปเป็น Mind Mapping ดังนี้
องค์ความรู้ที่ได้รับ
ประโยชน์จากการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
พัฒนาการทางปัญญาเป็นความสามารถทางสมองในการรวบรวมประสบการณ์และความรู้มาเป็นพื้นฐานของการคิดเหตุผลช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจสามารถแก้ปัญหาได้และสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพความสามารถเหล่านี้สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นกับเด็กปฐมวัยด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางปัญญาการพัฒนาทางสติปัญญาไม่ใช่การเพิ่มระดับไอคิวแต่การพัฒนาทางสติปัญญาเน้นการเพิ่มพัฒนาการทางสติปัญญาใน  2  ประการ  คือ
1.  ศักยภาพทางปัญญา  คือ การสังเกต  การคิด  การแก้ปัญหา  การปรับตัว  และการใช้ภาษา
2.  พุทธิปัญญา  คือ  ความรู้ความเข้าใจที่ใช้เป็นพื้นฐานของการขยายความรู้  การคิดวิเคราะห์  สังเคราะห์  และประเมินเพื่อการพัฒนาการรู้การเข้าใจที่สูงขึ้น


สัปดาห์ที่ 15

วันที่  18 กันยายน 2556


การเรียน
กิจกรรมนี้ต่อจากกิจกรรมสัปดาห์ที่เรียนชดเชยวันที่ 15 กันยายน 2556 ซึ่งได้นำแผนที่เราเขียนมาทำการสอนจริง โดยเราจะทำกิจกรรมการทำไข่ตุ๋นทรงเครื่อง ดังนี้
(ภาพกิจกรรมการทำไข่ตุ๋นทรงเครื่อง)
สรุปเป็นองค์ความรู้ได้ดังนี้
ความรู้ที่ได้รับจากกิจกรรมนี้
  • การลงมือปฏิบัติจริงจากการเขียนแผน
  • ฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
  • รู้วิธีและเทคนิคการทำไข่ตุ๋น รวมทั้งประโยชน์ของไข่
  • รู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เช่น สถานะของเหลว การตวง การนับจำนวน  เป็นต้น

เรียนชดเชย

วันที่  15  กันยายน  2556


การเรียน 
อาจารย์จ๋าเข้ามาชี้แจงรายละเอียดของบล็อก จากนั่น อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน สอน การทำ Cooking
กิจกรรมให้นักศึกษาจับกลุ่ม กลุ่มล่ะ 7 คน ทำกิจกรรมเขียนแผนเกี่ยวกับอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย มีรายละเอียดดังนี้
แผ่นที่ 1  ให้ทำ Mind Mapping  เขียนการสอนทำอาหารเด็ก เช่น (อาหารว่าง  อาหารคาว อาหารหวาน  การถนอมอาหาร)
แผ่นที่ 2  ให้ทำ Mind Mapping  โดยเลือกอาหารจากแผ่นแรกที่เราคิดว่าเกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์มา  1 รายการ เช่น กลุ่มดิฉันเลือก อาหารเป็น ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง  ซึ่งเลือกเขียน (ประโยชน์ของไข่ตุ๋น วัตถุดิบ  อุปกรณ์การทำไข่ตุ๋น) เป็นต้น
แผ่นที่  3  ให้ทำ Mind Mapping   บอกวิธีการทำไข่ตุ๋น
แผ่นที่  4  ให้เขียนแผนการสอนเด็กปฐมวัยทำไข่ต๋น
จากนั้นอาจารย์ให้ทุกกลุ่มนำเสนอรายการอาหารของกลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1 เลือกการสอนเด็กประกอบอาหารเป็น ข้าวผัด USA
กลุ่มที่   เลือกการสอนเด็กประกอบอาหารเป็น  แกงจืด
กลุ่มที่   เลือกการสอนเด็กประกอบอาหารเป็น  ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง (ซึ่งเป็นกลุ่มของดิฉัน
กลุ่มที่   เลือกการสอนเด็กประกอบอาหารเป็น  ไข่เจียว
หลังจากนำเสนองานกลุ่มเสร็จอาจารย์ให้นักศึกษาทุกกลุ่มช่วยกันเลือกเมนูอาหาร จากที่เพื่อนไปนำเสนอ มา 1 รายงาน เพื่อนๆก็ได้เลือกเมนู ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง เป็นเมนูที่จะประกอบเป็นอาหารสัปดาห์หน้า แล้วร่วมกันประชุมวางแผนเกี่ยวกับการทำไข่ตุ๋น ว่าใครรับผิดชอบหน้าที่อะไรบ้าง
เมนู : การประกอบอาหารสัปดาห์หน้า คือ ไข่ตุ๋น
ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำงานกลุ่ม มีดังนี้
  • ช่วยให้การทำงานเป็นระบบที่ดี มีการแบ่งงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบทำให้งานบรรลุเป้าหมายตามที่กลุ่มและทีมงานรับผิดชอบ
  • ช่วยให้มีการนำหลักมนุษย์สัมพันธ์มาใช้ในกลุ่มและทีมงาน เช่น การรู้เรา รู้เขา เอาใจเขามาใส่ใจเรา งานของกลุ่มและทีมงานจะดำเนินไปด้วยดี 
  • ช่วยให้เกิดรู้รักสามัคคีระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม

สัปดาห์ที่ 14

วันที่ 11 กันยายน  2556


หมายเหตุ : ไม่มีการเรียนการสอนเรียน   แต่จะเรียนชดเชยในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2556

สัปดาห์ที่ 13

วันที่ 4 กันยายน   2556


หมายเหตุ : ไม่มีการเรียนการสอน แต่จะเรียนชดเชยในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2556

สัปดาห์ที่ 12

วันที่  27- 28 สิงหาคม 2556



การศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและ
 โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 27 สิงหาคม 2556การศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ภาพกิจกรรม
การจัดสภาพแวดล้อมภายใน
สรุปเป็นองค์ความรู้ ดังนี้
ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน
มุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด จัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการผ่านกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตทักษะกระบวนการคิดสร้างจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อสังคม  พึ่งตนเองได้ เป็นคนดีมีปัญญา มีความเป็นไทยคู่กับความเป็นสากล 
การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย
จัดการศึกษาตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.๒๕๔๖ อยู่บนพื้นฐานบริบทของชุมชน สังคม และท้องถิ่นรอบตัวเด็ก โดยการเตรียมความพร้อมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้าน ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ด้วยการบูรณาการการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และนำนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย ใหม่ ๆ มาใช้ในการพัฒนาให้เต็มศักยภาพของเด็กแต่ละคน โดยการจัดการเรียนรู้ใช้กระบวนการคิดและกิจกรรมเป็นฐาน (Thinking and Activity Based Learning) เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่กล่าวว่า  “ความรู้คู่คุณธรรม นำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
กิจกรรมเสริมหลักสูตร 
คอมพิวเตอร์  นักเรียนได้เรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์ และสร้างสรรค์ผลงานโดยการฝึกปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน
ดนตรี  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนกล้าแสดงออก มีสุนทรียภาพทางอารมณ์ตามลักษณะที่พึงประสงค์  ตลอดจนเห็นคุณค่าของการเล่นดนตรี
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ภาคฤดูร้อน (Summer camp) เช่นการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดย ทักษะการสังเกต ทักษะจำแนกประเภท ทักษะการวัด ทักษะการสื่อความหมาย ทักษะการลงความเห็น ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติกับเวลา และทักษะการคำนวณ

วันที่ 28  สิงหาคม  2556  ศึกษาดูงานโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์
ภาพกิจกรรม

เก็บตกภาพกิจกรรม
สรุปเป็นองค์ความรู้ได้ดังนี้
ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา หรือ "โรงเรียนนอกกะลา" เป็นโรงเรียนเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรในสังกัดของ กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา โดยการ ได้เปิดทำการเรียนการ สอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2546 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2546 จำนวน 3 ชั้นเรียน ได้แก่ ชั้นอนุบาล 1 ชั้นอนุบาล 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้คัดเลือกเด็กจากเด็กทั่วไปโดยวิธีจับฉลาก นักเรียนที่เข้าเรียนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ข้อพิจารณาที่สำคัญคือ ผู้ปกครองต้องพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับโรงเรียนฯ ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ
นายเจมส์ คลาร์ก   เป็นผู้สนับสนุนในเรื่องการลงทุนก่อสร้างโรงเรียน และสิ่งสนับสนุนทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว เป็นจำนวนเงินประมาณ 52.5 ล้านบาท 
ผู้บริหารโรงเรียน   วิเชียร ไชยบัง (ผู้อำนวยการโรงเรียน)
ปรัชญาของโรงเรียน  "การศึกษาพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ " ( Education for complete human development)
วิสัยทัศน์ของโรงเรียน
ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข เต็มศักยภาพ เป็นคนดีและคนเก่ง สอดคล้องกับวิถีชีวิตและกลมกลืนกับวิทยาการสมัยใหม่ สู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ พร้อมด้วยคุณธรรม ภูมิปัญญา และสำนึกในความเป็นพลเมืองดี 
หลักสูตร
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจัดการศึกษาตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 โดย PBL(Problem based Learning) 
ซึ่งเป็นวัตกรรมหนึ่งในการพัฒนา ความฉลาดภายนอก (ความเข้าใจต่อโลกและปรากฏการณ์) และกระบวนการพัฒนาทั้งครูและเด็กให้เกิดการเรียนรู้และงอกงามด้านใน หรือ ความฉลาดด้านจิตวิญญาณ ปัญญาภายใน หรือ  ความฉลาดด้านใน หมายถึง ความฉลาดทางด้านจิตวิญญาณ SQ และความฉลาดทางด้านอารมณ์ EQ ซึ่งได้แก่ การรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง (รู้ตัว) และผู้อื่น การเห็นคุณค่าในตัวเอง คนอื่น และสิ่งต่างๆ เพื่อการดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายและมีความหมาย
สิ่งที่แตกต่างจากโรงเรียนทั่วๆไป
แนวการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
การสอนวิทยาศาสตร์สำหรับโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่สอนเด็กปฐมวัย โดยไม่มีการสอนวิทยาศาสตร์แต่จะเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน เช่นระบบนิเวศ ซึ่งจะบูรณาการเข้าไปในรายวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์และโครงการ  ให้นักเรียนได้ลงมือกระทำจริงโดยไม่สอนทฤษฏี แต่จะให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเองแล้วนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน   และชั้นอนุบาลและประถมศึกษาออกแบบการเรียนที่ใช้มาตรฐานตัวชี้วัดพัฒนาทั้ง 4 ด้านได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ซึ่งการเรียนรู้แบบบูรณาการในแต่ละหน่วยแบบ PBL มีทั้งหมด 4 หน่วย
- ตัวเรา
- สถานที่
- สิ่งแวดล้อม
- ธรรมชาติ